มีคนเคยบอกฉันว่า ... ความรักเหมือนคนคนหนึ่งที่กำลังรอรถโดยสาร ...
รถโดยสารคันแรกผ่านมาและหยุดรับ ... คนคนหนึ่งมองสภาพรถแล้วคิดในใจว่า ... อี๋ ... ผู้โดยสารเยอะแยะเลย ... ฉันคงหาที่นั่งไม่ได้หรอก ... เดี๋ยวรอคันต่อไปดีกว่า ... และแล้ว ... คนคนหนึ่งก็ปล่อยให้รถคันแรกวิ่งผ่านไป ...
อีกไม่นานนัก รถโดยสารคันที่สองก็เข้ามาจอดป้าย ... คนคนหนึ่งมองสภาพรถแล้วคิดในใจอีกว่า ... อี๋ ... รถคันนี้เก่าจัง
ต้องนั่งไม่สบายแน่เลย!" ... แล้วก็ปล่อยให้รถคันที่สองวิ่งผ่านไป ...
หลังจากนั้นอีกสักครู่ ... รถโดยสารคันที่สามก็ผ่านมา
รถคันนั้นยังมีที่ว่างให้นั่ง แถมสภาพก็ไม่ได้ทรุดโทรมอะไร ... แต่คนคนหนึ่งก็ยังรำพึงกับตัวเองอีกว่า ... อี๋ ... ไม่ติดแอร์นี่ ... อากาศร้อนอบอ้าวอย่างนี้ เราจะทนได้อย่่างไรกัน ... เดี๋ยวรอรถคันต่อไปดีกว่า" ... . แล้วก็ปล่อยให้รถคันที่สามวิ่งผ่านไป ...
ถึงตอนนี้ ... ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ... คนคนหนึ่งเริ่มรู้สึกหวาดระแวง และรำพึงกับตัวเองว่า ... อื๋อ ... จะมืดแล้ว ... ... และแล้ว ... รถโดยสารคันต่อไปก็เข้ามาจอดป้าย ... คนคนหนึ่งไม่ได้มองสภาพของรถคันนั้นเลย ... ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องอื่นใดนอกจากความมืด ... คนคนนั้นตัดสินใจกระโดดขึ้นรถซึ่งตนคิดว่าเป็นคันสุดท้าย ... กว่าจะรู้ตัวว่าตนได้ขึ้นรถผิดคันก็สายไปเสียแล้ว เพราะไม่สามารถลงจากรถได้ ...
หากความรักเปรียบเสมือนการรอรถโดยสารที่ถูกใจเรา ... เราจะรู้ได้อย่างไรว่า รถคันนั้นที่ดูใหม่จะไม่เสียกลางทาง หรือแอร์จะไม่เย็นเกินไปสำหรับเรา?
การใช้เวลารอคอยสิ่งที่เราต้องการ หรือเสาะแสวงหาสิ่งที่เราต้องการนั้นไม่ผิดหรอก
การรอใครสักคนหนึ่งก็ไม่ผิด ... ในทางกลับกัน ... การให้โอกาสคนดีๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ตราบใดที่เรายังสามารถกดกระดิ่งและลงจากรถได้ ... มิใช่หรือ?
สิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ การตระหนักว่า ชีวิตนี้ไม่มีคำว่า "รถคันสุดท้าย หรือรถไฟขบวนสุดท้าย" เพราะถ้าเราเกิดมาเพื่อที่จะรักใครสักคน และคนๆนั้นก็เกิดมาเพื่อรักเรา ไม่ว่าช้าหรือเร็ว เราก็จะได้พบคนคนนั้น เปรียบเสมือนรถโดยสาร หรือรถไฟขบวนนั้นที่็เข้าเทียบชานชลาตามตารางเวลา ...
(รูปภาพ: inuisiam, banmooob.com)
MOO-OB WEBBOARD