
"กำลังหาหนังสือเรื่อง ความฝันของหนูนา อยู่ค่ะ" ...
เราหันไปบอกกับผู้จัดการร้านนายอินทร์ ...
ผู้จัดการร้านทำหน้างงก่อนที่จะตอบว่า ... "ไม่มีหนังสือชื่อนั้นนะคะ" ... แล้วก็เงียบไปสักครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถามขึ้นมาใหม่ว่่า ... "ใช่ ความสุขของกะทิ หรือเปล่าคะ?" ...
เย้ๆ ... ใช่เลย ... เป็นชื่อหนังสือที่กำลังหาอยู่ ... เราหัวเราะ และบอกผู้จัดการร้านว่า ... "เก่งจังเลย ทราบไ้ด้อย่างไรคะ?"
ผู้จัดการร้านยิ้มและตอบว่า ... "เห็นว่ากำลังหาหนังสือเกี่ยวกับหนูนา ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับเด็ก เลยคิดว่าน่าจะเป็น ความสุขของกะทิ" ...
นึกถึงวันที่ตามหา "ความฝันของหนูนา" ทีไรก็ต้องหัวเราะกับตัวเองทุกที และเป็นเรื่องที่คุณพลอยแซวไม่เลิกเช่นกัน ...
หนังสือเรื่อง "ความสุขของกะทิ" ที่คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ บรรจงแต่งขึ้นมาทั้งสองตอนนั้น น่ารัก สัมผัสใจ และแฝงข้อคิดหลายๆด้าน หลายๆมุม ... ภาษาที่ใช้นั้นเรียบง่าย แต่สวยงาม อ่านแล้วมีความสุข ... สำหรับ "กะทิ" เองก็เป็นเด็กที่โชคดีมากๆ ได้รับความรัก ความใส่ใจจากคุณตาคุณยาย คุณแม่ คุณน้าๆ และผู้คนรอบข้างอย่างเต็มเปี่ยม ... ชีวิตความเป็นอยู่แบบพอเพียงที่บ้านริมคลอง นั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรักและความอบอุ่น ทำให้กะทิสามารถการพัฒนาทางสมอง และจิตใจ (ผ่านความรู้ของคุณตา) และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ (ความปราณีตพิถีพิถันในการทำอาหารของคุณยาย) ที่มีคุณค่าต่อชีวิต ... หลายสิ่งหลายอย่างผสมผสานถักทอเป็นชีวิตหลายๆชีวิตที่มีกันและกัน ...
หนังสือ "ความสุขของกะทิ" ทั้งสองตอนของคุณงามพรรณ ไม่มีฉากหวือหวาเร้าใจ ไม่ใช่เทพนิยายที่มีีเจ้าหญิงและเจ้าชาย หรือแม่มดขี่ไม้เท้า และพ่อมดกับไม้กายสิทธิ์ ... จุดเด่นของหนังสือทั้งสองเล่ม อยู่ที่ความเรียบง่ายที่ไร้พิษภัย ไร้มลพิษ ...
อ่านแล้วได้ข้อคิดและมีความสุข แม้ว่าบางตอนจะเศร้า แต่ก็เตือนใจว่า ความสุข ความอบอุ่นที่เราได้รับในอ้อมกอดของพ่อ ของแม่ ของคนที่รักเรานั้ั้นย่อมฝังร่องรอยอยู่ในตัวเรา ... ในหัวใจของเรา ... อย่างไม่มีวันเลือนหาย ....
ขอนำคำพูดที่กินใจจากตอน "ตามหาพระจันทร์" มาฝากนะคะ ... คำพูดเหล่านี้คงเป็นคำอธิษฐานของพวกเราหลายๆคน ...
"ชีวิตก็เหมือนบทเพลง ต่างลีลา ต่างจังหวะ มีทั้งโศกเศร้าเหงาซึ้ง ทั้งสุขสนุกร่าเริง และแน่นอนว่าคละเคล้ากันไป ยามทุกข์ คงไม่มีอะไรดีกว่าอดทนและรอให้ทุกอย่างผ่านไปในที่สุด ยามสุข ก็คงไม่หลงลืมว่าวันข้างหน้าอาจมีสิ่งเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ สำหรับกะทิ บทเพลงชีวิตเพิ่งเริ่มต้น แม้จะยังไม่มีทำนองชัดเจน แต่การได้สัมผัสลีลาชีวิตผู้คนรอบข้างก็ทำให้รู้ว่าสำเนียงชีวิตนั้นหลากหลาย มีเพียงความรักความเข้าใจกันและกันเท่านั้นที่จะประคับประคองแต่ละบทเพลงชีวิตให้สอดประสานรับส่ง และสร้างเสียงเสนาะไพเราะเพราะพริ้งจนเป็นหนึ่งบทเพลงอันยิ่งใหญ่ได้ ...
ชีวิตดำเนินต่อไปที่่บ้านริมคลองหลังเล็กแห่งนี้ และยังคงสร้างสรรค์บทเพลงชีวิตสืบไป"

(รูปภาพ: inuisiam, banmooob.com)
MOO-OB WEBBOARD