I shot an arrow into the air,
It fell to earth, I knew not where;
For, so swiftly it flew, the sight
Could not follow it in its flight.
I breathed a song into the air,
It fell to earth, I knew not where;
For who has sight so keen and strong,
That it can follow the flight of song?
Long, long afterward, in an oak
I found the arrow, still unbroke,
And the song, from beginning to end,
I found again in the heart of a friend.
(The Arrow and the Song, Henry Wadsworth Longfellow,
27 กุมภาพันธ์ ๑๘๐๗ ๒๔ มีนาคม ๑๘๘๒)
Longfellow แต่งกลอนบทนี้เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า นักกวีผู้มีชื่อเสียงโด่งดังชาวอเมริกันท่านนี้ ต้องการสื่อความหมายอะไร หรือกำลังคิดอะไรอยู่เมื่อจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ แล้วเรียงร้อยวลีให้เป็นบทกวี แต่ผลงานของ Longfellow ก็มักจะมีความชัดเจน มีความเรียบง่ายอย่างน่าทึ่ง จึงเข้าใจง่าย และฝังอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วไป ดั่งเช่นบทกลอนบทนี้ ซึ่งสื่อความหมายที่แตกต่าง
บางคนคิดว่า การยิงธนู หรือการร้องเพลงนั้น เปรียบเสมือนการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แต่การทำความดีนั้นย่อมส่่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงในจิตใจของผู้อื่นและตัวของเราเอง และในที่สุด การทำความดีนั้นก็ย่อมส่งผลให้เราได้รับสิ่งดีๆ เพราะเมื่อใจของเราเป็นสุข ความคิด การกระทำ วาจา ของเราก็ย่อมดี ...
บางคนคิดว่า ธนู และ บทเพลง เปรียบเสมือนมิตรภาพที่เรามอบให้ผู้อื่น โดยไม่รู้เลยว่า มิตรภาพของเรา หรือสิ่งละอันพันละน้อยที่เรามอบให้ผู้อื่นนั้นมีคุณค่ามากน้อยเพียงใด จนมาวันหนึ่ง เราพบว่า มิตรภาพและความรู้สึกดีๆเหล่านั้น
เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจใครบางคน ...
บางคนเปรียบ ธนู และ บทเพลง เสมือนมิตรภาพที่ไร้พรมแดน ... ไร้ขีดจำกัด ... ไร้จุดหมาย ... เป็นความอบอุ่นใจที่นำรอยยิ้มมาฝากเราได้เสมอๆ ...
บางคนคิดว่า ธนู นั้นเปรียบเสมือนคำพูดที่เราพลั้งเผลอพูดออกไปด้วยอารมณ์ ความคะนอง หรือเพื่อระบายความรู้สึก แต่แล้วคำพูดที่หลุดออกจากปากกลับกลายเป็นแผลในใจของอีกฝ่ายหนึ่ง ... แต่หากเราขอโทษและอีกฝ่ายหนึ่งให้อภัย การให้อภัยนั้นก็เปรียบเสมือน บทเพลง อันไพเราะ สรุปได้ว่า ธนู และ บทเพลง นั้นเปรียบเสมือนคำพูดหรือการกระทำ เรามีสิทธิ์เลือกได้เสมอว่า อะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด อะไรเป็นโทษ อะไรเป็นคุณ
เพราะฉะนั้น เราจึงควรคิดก่อนพูด หรือก่อนทำ เสมอๆ
ในความรู้สึกส่วนตัว ... The Arrow and the Song เปรียบเสมือนเส้นทางของชีวิตที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา เส้นทางนี้มีสิ่งต่างๆมากมายอยู่ข้างทาง มีทางหลายสายให้เลือกเดิน มีทางแยก มีทางตัน มีทางเลี้ยวซ้าย มีทางเลี้ยวขวา บางครั้งเส้นทางนี้ก็พาคนที่เรารักในรูปแบบต่างๆให้เดินจากไป หรือพาเราให้เดินจากมา แต่เราก็ควรเก็บรักษาความรู้สึกดีๆไว้ในหัวใจ เพราะสักวันเราอาจจะได้พบกันอีก ได้พูดคุย ได้แบ่งปันสิ่งดีๆให้แก่กัน
ไม่ว่าเราจะเดินไปทางไหน จงเชื่อเสมอว่า ยังมีคนที่รักและห่วงใยที่พร้อมจะเดินเคียงข้างเราเสมอ
(รูปภาพ: banmooob.com)
MOO-OB WEBBOARD
BACK TO HOMEPAGE