Home Prayers Good Thoughts Being Friends Make a Wish Poems & Lyrics
A chuckle or Two Entertainment Recipes Books & Novels Baan Moo-Ob Gallery Meanings

 


 

 

 

 

วรรณกรรมเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เปรียบเสมือนไดอารี่ที่่บันทึกไว้ซึ่งรายละเอียดเบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงการอบรมประเพณีและรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงมาจนถึงสิ้นแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล ...

อ่านวรรณกรรมคลาสสิกเล่มนี้หลายหนตั้งแต่เล็ก มีความสุขทุกครั้งที่ได้ี่อ่านและมักจะรู้สึกเสมอว่า ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานสักเพียงใด "แม่พลอย” ก็ยังคงเป็นตัวละครที่รักที่สุด ในขณะที่ “ช้อย” ก็ยังคงมอบความรู้สึกสนุกสบายใจและ philosophical moments ให้เราได้อย่างไม่จืดจาง นอกจากนั้น ตัวละครเกือบทุกตัวในเรื่อง ''สี่แผ่นดิน" รวมถึงคุณเปรม อ้น อ๊อด พ่อเพิ่ม คุณสาย คุณเชย และเสด็จพระองค์หญิง ก็ให้สีสันที่แตกต่างกัน และให้มุมมอง รวมถึงแง่คิดดีๆเกี่ยวกับชีวิต เกี่ยวกับความรักและความเมตตา เสมอๆ ...

ในความรู้สึกส่วนตัว "สี่แผ่นดิน" ให้ข้อคิดมากมายและชี้ให้เห็นถึงความสุขที่สุด และความทุกข์อย่างแสนสาหัสที่สามารถเข้ามาทักทายชีวิตของคนเราได้อย่างง่ายดาย ... นอกจากนั้น สิ่งที่เด่นชัดในนวนิยายเรื่องนี้ก็คือ ... ความรัก ... ความผูกพัน ... ความอนาทร ... ความกตัญญูรู้คุณ ... การรู้จักให้อภัย ... ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างหลายๆชีวิต ให้กลายเป็นรูปภาพที่งดงามน่าจดจำ ... นอกจากนั้นก็ยังได้คำเตือนใจเสมอว่า เหตุการณ์หรือประสบการณ์ในชีวิตนั้นมีคติด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่เราจะมองเห็นหรือไม่เท่านั้นเอง และการ "let go" นั้นสำคัญเหลือเกินต่อการดำรงชีวิตและการก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ...

หากแม่พลอยมีตัวตนจริงๆก็คงเป็นตัวอย่างของความรัก ความเมตตา ความอดทน ความยืดหยุ่น และการมองโลกโดยอาศัยเหตุผลและมุมมองต่างๆอย่างมีสติ จนบางครั้งอาจจะดูเหมือนเป็นคนที่ยอมคนไปหมด ...

อ่านเรื่องนี้ทีไรก็ต้องยิ้มกับความโรแมนติกในยุคที่แม่พลอยยังเป็นสาวน้อยอายุ ๑๖ รวมถึงเพลงยาวที่พี่เนืองประพันธ์ขึ้นเพื่อจีบสาว ครั้งแรกที่พี่ี่เนื่องฝากเพลงยาวมาให้แม่พลอยนั้น พี่เนื่องฝากขวดแก้วเจียรในซึ่งห่อไว้ในผ้าแพรเนื้อดีผืนหนึ่งมาด้วยสองใบ ผ้าแพรนั้นมีขนาดใหญ่พอที่จะใช้เป็นแพรเพลาะห่มนอนได้อีกด้วย ...

ขวดใบหนึ่งบรรจุน้ำอบฝรั่งแลดูใสสะอาด ส่วนอีกใบหนึ่งบรรจุน้ำอบไทย ที่มีส่วนผสมของแป้งร่ำมากกว่าปรกติ จนดูขุ่นข้นไปทั้งขวด ขวดทั้งสองใบถูกมัดติดกันด้วยริบบิ้นสีชมพู และมีกระดาษแผ่นเล็กๆ พับกลางสอดไว้ระหว่างขวด ในเนื้อของเพลงยาว ตอนหนึ่งมีว่า ...

ขวดน้อยใส่น้ำใสเหมือนใจพี่
เมื่อได้ยลมารศรีดวงสมร
อีกขวดขุ่นมองเห็นเป็นตะกอน
เหมือนอกพี่เมื่อเจ้าจรไปลับตา ...

เพื่อเป็นการตอบรับไมตรีจิตและความรัก ... "พลอยก็เย็บซองใส่หมากพล อย่างประณีตบรรจง จนแทบจะสุดสิ้นฝีมือ เจียนหมากชนิดเปลือกเป็นฝอย จีบพลูยาวใช้ปูนใส่ใบเนียมอบห่อมกรุ่น และยาฝอยอบแล้วเช่นเดียวกัน รุ่งเช้าก็เอาหมากพลูและยาฝอยที่เตรียมไว้ใส่ซอง เอาผ้าเช็ดปากใหม่ที่อบควันเทียนและดอกไม้ไว้ เหน็บซองพร้อมกับดอกจำปาอีกสามดอก ..." ฝากช้อยไปให้พี่เนื่อง ...

สิ่งที่อยากพูดถึง ณ ที่นี้เกี่ยวเนื่องกับตอนที่พี่เนื่องไปรับราชการที่นครสวรรค์ และได้เสียกับสาวที่นั่นขณะเมาสุรา จึงต้องรับผิดชอบต่อความผิดที่ตนเองเป็นผู้กระทำ ... เสด็จฯทรงเห็นว่าแม่พลอยเสียใจมาก แต่แทนที่จะปลอบโยนแบบตรงไปตรงมา เสด็จฯกลับรับสั่งให้แม่พลอยช่วยคัดเม็ดทับทิมเพื่อนำไปทำเข็มกลัด แล้วรับสั่งว่า ... คนเรามักจะรักและหวงแหนของของตน ... ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเพชรนิลจินดาที่มีค่า หรือกรวดหินดินทราย ... ด้วยเหตุนี้ คนเรามักจะเศร้าโศกเสียใจเมื่อต้องพลัดพรากจากสิ่งที่ตนรัก แต่ก็ควรแยกแยะให้ถูกว่า สิ่งที่เราเสียไปนั้น คือเพชรพลอย หรือ กรวดหิน เราจะได้ไม่ต้องเศร้าโศกคร่ำครวญร่ำไห้กับกรวดหินที่หายไป เพราะคิดว่าเป็นเพชรเม็ดงาม ...

เป็นคำเตือนใจที่น่าคิดมากนะคะ ...


   

(รูปภาพ: inuisiam, banmooob.com)

MOO-OB WEBBOARD

Username:
Password :

BACK TO HOMEPAGE

 

 

 

 

Love you all @ Baan Moo-Ob